อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของวัยสิบเอ็ด

โดย: คำรวี

เด็กวัย 11 ขวบเขาเป็นกันอย่างนี้ทั่วโลก

ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า วัย 11 ขวบมันยุ่งยากกว่าตอน 10 ขวบ แต่แม่ก็ทำใจไม่ค่อยได้อยู่ดี ก็พี่แกเล่นเปลี่ยนพัฒนาการแบบชาร์ปเคิร์ฟ -โค้งอันตราย 90 องศาที่ไม่มีป้ายปักเตือนล่วงหน้า เล่นเอาพ่อกับแม่หักพวงมาลัยแทบไม่ทัน หวิดลงข้างทางไปหลายหนวัยเลือดจะไปลมจะมาของแม่ ก็สร้างความหวือหวาในบ้านมากพอแล้ว พี่แกยังหวือหวากว่าเสียอีก

จากเจ้าเด็กตัวเล็กๆ ลีบๆ ปีนี้พี่แกบึ้กขึ้นเยอะ ส่วนสูงที่อั้นมาตั้งแต่ ป.2-ป.3-ป.4 จนเพื่อนๆสาวน้อยร่วมห้องเขาปรู๊ดๆไปถึงปลายสน พี่แกก็ไม่มีวี่แววของการเจริญเติบโตสักเท่าไร ปีนี้พอวัดส่วนสูงค่อยมีกำลังใจให้ข้าวให้น้ำต่อ แต่ถ้าเทียบกับพวกผู้หญิงในห้อง พี่แกก็ยังต้องแหงนหน้าขึ้นคุยกับเพื่อนสาวร่วมห้องเรียนอยู่ดี ส่วนน้ำหนักที่ไล่อยู่แถวๆ 30 กิโลกว่าๆ มาตั้ง 2-3 ปี ปีนี้ชักขึ้นมาที่ 40 ต้นๆแล้ว

แต่อารมณ์พี่แกนี่สิ มันไม่มีแนวโน้มไปทางดีอย่างน้ำหนักส่วนสูงเอาเสียเลย ทั้งขึ้นทั้งลง แล้วก็ไม่ใช่ค่อยๆขึ้น ค่อยๆลงเสียด้วย มันปรู๊ดปร๊าดปั่นป่วนจนเกินการคาดการณ์ เติมด้วยความหยาบคายก้าวร้าวเล็กๆ กับความไม่มีเหตุผลแบบคนดื้อๆ

"เฮ่ยยยยยยย...อย่ายืนบังทีวีเด่ะ" สำเนียงนักเลงนี่พูดกับพี่ชายนะ

"ฮู้ยยยย...แม่นี่ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย" สำเนียงดูถูกดูแคลนนี่ว่าแม่ตอนที่ถามการบ้านแล้วแม่อธิบายไม่ถูกใจ

"เบื่อ เบื่อข้าวเต็มที ไม่เห็นอยากกินเลย" ดูพูดเข้า ไม่มีถนอมน้ำใจสักนิด อุตส่าห์ทำให้กิน

"ไม่อยากถูบ้าน...ยังไม่มีอารมณ์" แน้...ปฏิเสธแบบหน้าตาเฉยๆเลย ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็อาจจะอ้อมๆแอ้มๆเลี่ยงไป ทำหูไขสือซะบ้าง แต่เดี๋ยวนี้... บังอาจ! ตอบว่า "ไม่" เสียงหนักแน่น แล้วก็มองหน้าซะอีกด้วย แบบว่าท้าทาย...ดูซิว่าคนฟังจะทำ
หน้าอย่างไร...(มันก็ต้องหน้ายักษ์น่ะซี)

แต่บางทีพี่แกก็หวานซะจนใครต่อใคร (ก็แม่นี่แหละ ใช่ใครที่ไหน) ละลายเป็นขี้ผึ้ง

"แม่ ขอกอดหน่อยนะครับ วันนี้เหนื่อยมั้ยแม่..." นี่ตอนเปิดประตูรับแม่กลับจากงาน

"แม่คร้าบ หอมแก้มหน่อย เดี๋ยวไปแล้ว"...ชื่นใจ

"วันนี้ ผมเจียวไข่ให้เอง พ่อไปนั่งเฉยๆนะ" พ่อยิ้มหน้าบานเท่าจานไข่อย่างไรก็ตาม รับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ความรู้สึกของแม่ต่อพัฒนาการแบบชาพเคิร์ฟนี้ มันมีเรื่องขมมากกว่าเรื่องหวาน ถึงจะรู้และเตรียมใจอยู่ว่ามันเป็นวัยเวลาที่เขากำลังค้นหาตัวเอง
แต่มันก็ยัวะ...ยัวะ... รู้จักคำว่ายัวะใช่ไหมคะ

หลังจากประลองกำลังกันด้วยการเปิดสมรภูมิถล่มใส่กันด้วยมิสไซล์ฮอร์โมน แม่ใช้ฮอร์โมนวัยทอง ลูกใช้ฮอร์โมนวัยพรีทีน ถล่มกันยังกับนาโต้ถล่มเซิร์บที่โคโซโว

ระลอกแล้วระลอกเล่า ปรากฏว่า ทำท่าจะแพ้ทั้งคู่ สะบักสะบอมกันไปทั้งสองฝ่าย ในที่สุดแม่ก็เสนอสัญญาสันติภาพ
เพราะมาคิดได้ว่า ยิงรบกันก็ยิ่งมองลูกชายวัย 11 ด้วยสายตาติดลบไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าพี่แกยังไม่ทันทำอะไรเลย แม่อ้าปากติไปก่อนแล้ว

ยังไม่ทันตักข้าวเลย มิสไซล์ของแม่จ่ออกไปก่อนแล้ว "ตักข้าวให้พอดีนะ อย่ากินให้เหลืออีกล่ะ"

โดนมิสไซล์สวนกลับเลย "แล้วแม่รู้ได้ยังไงว่ามื้อนี้ ผมจะกินไม่หมด"

"ก็ทุกทีกินไม่ค่อยหมดนี่"

"แต่คราวนี้หมดอยู่แล้ว...แม่มาว่าก่อนทำไม" ตาแดงขึ้นมาเชียว ทำให้ความผิดของแม่จากปรับ 2,000 บาทกลายเป็นจำคุก 3 เดือนขึ้นมาทันที

"ถุงเท้าที่ใส่แล้วน่ะ ไม่เคยทิ้งลงตรงตะกร้าเลยนะ เลอะเทอะ"

"ผมยังไม่ได้ถอดเลย นั่นของพ่อกับพี่ต่างหาก"

พอสายตาติดลบมากขึ้นเรื่อยๆ ด้านที่เคยหวานเคยดี แม่ชักมองไม่เห็น วันหนึ่งแม่เลยโดนมิสไซล์ของพี่แกเข้าอีกตูม "แม่เนี่ย น่าจะไปเปลี่ยนแว่นได้แล้วนะ"

"ทำไมล่ะ แม่เพิ่งเปลี่ยนแว่นเมื่อเดือนก่อนนี้เอง"

"นั่นมันแว่นสายตาคนแก่นี่แม่ ตอนนี้แม่น่าจะใส่แว่นสายตาคนดี...จะได้มองคนอื่นดีๆมั่งไง"
"เดี๊ยะ...เดี๊ยะ..."

นับหนึ่งถึงร้อยเก้า แล้วก็ไปขุดดินย้ายต้นไม้ แล้วก็คุยกับพ่อบ้าน แล้วก็อ่านหนังสือธรรมะ แล้วก็อ่านหนังสือพัฒนาการเด็ก แล้วก็คุยกับครูลูก...ต้องทำถึงปานนั้น แล้วจึงมาสรุปว่า

  • วัย 11 ขวบเขาเป็นกันอย่างนี้ทั่วโลก
  • ถ้าเรามองพี่แกว่ายุ่งยาก วุ่นวาย น่าเบื่อ...เราจะมองเห็นแต่ด้านแย่ๆ มองไม่เห็นด้านดี ซึ่งก็คือ เรามีโอกาสปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมกับลูก ผลลัพธ์ไม่ดีแน่
  • เขาป่วนที่บ้าน แต่เขาจะดีที่โรงเรียน คุณครูบอกว่าพ่อแม่ทุกบ้านมาบ่น แต่คุณครูไม่เห็นเด็กที่ถูกบ่นจากที่บ้าน แย่ที่โรงเรียนสักคน
  • เด็กๆอย่างพี่แก ก็รู้ว่าตัวเองเพี้ยนๆจากความประพฤติเดิม รู้ด้วยว่าตัวเองทำไม่ค่อยเข้าท่า แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ตามตำราบอกว่า อาจมีบางคนที่พออธิบายได้ว่าทำไมถึงอารมณ์ขึ้นๆลงๆอย่างนั้น เช่นบอกว่า มีเรื่องต้องทำเยอะ ไม่มีเวลาเล่นพอ เหนื่อย นอนไม่พอ
  • เพราะฉะนั้น เลยปล่อยให้พี่แกได้เล่นกับเพื่อนมากๆ เล่นกีฬามากๆ ไม่ไปจัดการรายละเอียดตารางชีวิตให้เขาซับซ้อน รู้สึกว่าความสนุกสนานเพลิดเพลินช่วยคลี่คลายอารมณ์ขึ้นๆลงๆของเขาได้มาก
  • เวลาเขาทำงาน หรือตอบสนองต่อเรื่องอะไร วัยนี้มักจะโหมทำจนหมดแรง นั่นจึงเป็นที่มาของความเหนื่อย แล้วปรอทความหงุดหงิดก็เลยพุ่งปรู๊ดจนหลอดแทบแตก
  • วิธีหนึ่งที่จะช่วยคลายความขึ้นๆลงๆของวัย 11 ขวบอย่างพี่แกได้ น่าจะเป็นการทำให้บ้านมีบรรยากาศรื่นเริง ไม่เคร่งเครียดเกินเหตุ ไม่ต้องไล่ลุ้นให้ทำอะไรมากมายไปนัก แล้วก็เปิดเพลงสนุกๆให้พี่แกผิวปากตามได้ ช่วยได้ดีเหมือนกัน

พักรบมาได้เกือบ 2 เดือนแล้ว ด้วยข้อสรุปอย่างที่ว่า คิดว่าพอไปไหว...
อาการป่วนของฮอร์โมนสองฝ่ายดูดีขึ้น แต่...ยังไม่แน่ใจว่าจะจบด้วยสันติภาพถาวร รอดูกันอีกสักยกเถอะค่ะ

จาก: นิตยสาร Life & Family